หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556

ธุรกิจโฮมสเตย์

           
             

    " ททท.เผยโฮมสเตย์เฟื่องต่างชาตินิยมใช้บริการ" เป็นข่าวเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่น่าสนใจ และหลายคนอาจจะมองผ่านว่ามัน "ไกลตัว"

                    "โฮมสเตย"  คืออะไร อธิบายด้วยภาษาง่าย ๆ ก็แล้วกันนะค่ะ ก็คือ "ทำบ้านคุณให้เป็นโรงแรม เป็นแหล่งท่องเที่ยว " นั่นเอง   แท้จริงแล้ว เป็นธุรกิจที่ทำได้ไม่ยากจนเกินไป แล้วเป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อยด้วยซ้ำ และเป็นธุรกิจที่ เป็นการกระจายรายได้ได้ดีมาก และหลายคนก็คิดว่า โฮมสเตย์ จะต้องรับลูกค้าฝรั่งเท่านั้น ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ ต้องนั่นต้องนี่ มากมาย จริง ๆ แล้วไม่ต้องขนาดนั้นค่ะ ธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ใช่มีแค่ฝรั่งเท่านั้นที่เที่ยว มีคนไทยที่มีเงิน พร้อมเที่ยว ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน แต่น้อยคนจะคิดค่ะ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องยากจริง ๆ ไม่ยากค่ะ ดิฉันจะบอกให้ว่าลูกค้าคือคนเหล่านี้
  1. คนวัยทำงาน กทม. ที่มีรายได้เดือนละ 30,000 ขึ้นไป มีไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน คนเหล่านี้ ใช่ว่าเขาไม่เบื่อชีวิตในเมือง ใช่ว่าเขาไม่เบื่อทะเล ใช่ว่าจะไม่เบื่อน้ำตก หรือสถานที่ท่องเที่ยว ที่รู้จักกันทั่ว ๆ ไป
  2. คนที่มีธุรกิจส่วนตัว ศิลปิน อาชีพอิสระ ที่มีรายได้สูง มีจำนวนมหาศาล ที่เขาอยาก สัมผัสอะไรที่แปลกใหม่
  3. ข้าราชการที่เกษียรแล้ว มีเงินบำเหน็ดบำนาญ อยากท่องเที่ยวไปในที่ ที่ไม่พลุกพล่าน
  4. ชาวต่างชาติที่ทำงานเป็นผู้บริหารอยู่ในเมือง ไทย มีจำนวนหลายหมื่นคน ที่มีรายได้เดือนละ ไม่ต่ำกว่าสองแสน บางคนอยู่เมืองไทยมานาน จนพูดไทยได้ปร๋อ
  5. ท้ายที่สุด นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย ปีหนึ่งก็มีจำนวนหลายล้าน
         เห็นรึยังค่ะว่า จำนวนลูกค้ามีมหาศาล แต่รู้หรือไม่ค่ะว่าโฮมสเตย์ในเมืองไทยนี้ มีเท่าไรเอง ไม่กี่ร้อยหลังเอง ซึ่งมีตลาดกว้างอย่างมหาศาลยังเหลืออยู่ ทั้ง ๆ ที่แท้จริงแล้ว ธุรกิจโฮมสเตย์ เหมาะมากกับคนไทย ที่มีอัธยาศัยดี ต้อนรับผู้มาเยือนและมีน้ำใจ แต่เราขาด ระบบการบริหารจัดการค่ะ ไม่มีใครมาให้ความรู้ และที่สำคัญที่สุด คือ "ความสะอาด" ค่ะ ลองมาประเมินดูว่า บ้านคุณเหมาะกับธุรกิจโฮมสเตย์หรือไม่
  1. อยู่ในเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ภูเก็ต สมุย แบบนี้จะได้เปรียบมาก เพราะมีนักเท่องเที่ยวเข้า มาอย่างสม่ำเสมอ แต่จุดเสียก็มีนั่นคือ ถ้าเมื่อไรอยู่้ในช่วงโลซีชั่นแขกก็หายหมดเช่นกัน
  2. ไม่ได้อยู่ในเมืองท่องเที่ยว แต่สิ่งแวดล้อมหรือบ้านของคุณ มีจุดเด่นและมีเอกลักษณ์ เช่นมีสวนเกษตรธรรมชาติ มีจุัดขายเรื่องของการพักผ่อน ที่เป็นเอกลักษณ์
  3. สำคัญคือ คุณมีความพร้อมเรื่อง การรักษาความสะอาดหรือไม่ กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ มีงาน มีการศึกษาสูง มักจะรับไม่ได้กับความสกปรก หรือความไม่สะอาด มาเจอห้องน้ำที่ไม่สะอาด ห้องครัวถ้วยโหโอชาม แก้วน้ำ ดำเขลอะ แบบนี้ รับรองไม่รุ่งแน่นอน อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องปรับค่ะ จำเป็นมาก หากต้องการทำให้เป็นอาชีพ
  4. การบริหารจัดการ อันนี้ไม่ต้องถึงขั้นเหมือนโรงแรมหรอก แต่ขอให้เป็นระบบ เป็นสัดส่วน
  5. การตลาด สมัยนี้ง่ายมาก สมัครไปที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขาจะมาช่วยให้ความรู้ และกระจายข่าวสารด้วย แต่ต้องทำให้เป็นมาตรฐาน ที่สำคัญ คนที่อ่านข้อมูลนี้ ทุกคนเปิดอินเตอร์เน็ต ได้ การใช้อินเตอร์เน็ตช่วยทางการตลาด แทบที่จะไม่มีต้นทุนเลย

               อยาก จะบอกว่า เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนทีเดียว ถ้าคุณเป็นคนที่ "ไม่มักง่าย" ในการ ให้ความสำคัญกับงานบริการ และเป็นมิตรกับลูกค้า ถ้าลูกค้ามาแล้วประทับใจ แน่นอนเขาจะบอกต่อ ๆ ให้บรรดาเพื่อนฝุงของเขา จะเกิดการตลาดแบบปากต่อไป ไปเรื่อย ๆ ทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เลยนะค่ะ ค่าที่พักคืนหนึ่ง 300-500 บาท ต่อห้อง ไม่น้อยเลยนะค่ะ ถ้าคุณมีสักสองห้อง แล้วแขกพักเต็มตลอด อยู่ได้เลยนะค่ะ ไม่ต้องคิดถึง สินค้าต่อเนื่อง แต่ การที่จะทำให้แขกพักเต็มตลอด ไม่ใช่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ยากจนเกินไป ถ้าคุณมีสิ่งแวดล้อมที่ดีอยุ่แล้ว การเสริม เติมแต่ง "สาระ" บางอย่างเข้าไป อาจจะทำให้ โฮมสเตย์ของคุณต้องจองคิวกันล่วงหน้า สองสามเดือนได้ 

            ที่สำคัญ คุณ ๆ ทั้งหลาย ที่มาจาก ต่างจังหวัด ทำงานในกรุงเทพฯ หรือในเมืองใหญ่ อย่าหลงระเริง กับชีวิตเมืองกรุง หรือชีวิตในเมืองใหญ่นะค่ะ ชีวิตลูกจ้างใช่ว่าจะมั่นคงเสมอไป วันหนึ่ง เศรษฐกิจไม่ดี หรือธุรกิจที่คุณทำงานอยู่ เจ้ง คุณ ก็จะต้องตะลอน ๆ ไปเป็นลูกจ้างที่ใหม่ เรื่อย ๆ จนวันหนึ่งที่อายุมากขึ้น มีเด็กรุ่นใหม่ที่เก่งกว่าคุณ ค่าจ้างถูกกว่าคุณเท่าหนึ่ง เมื่อนั้นหายนะจะมาเยือนคุณละค่ะ ดังนั้น หันกลับไปมอง ท้องถิ่นที่คุณจากมาบ้าง เอาความรู้ ภูมิปัญญา ความเฉลียวฉลาดกลับไป พัฒนาบ้านเกิด ท้ายที่สุดมันอาจจะกลายเป็นบ่อน้ำ ที่เลี้ยงคุณไปจนตายก็ได้ 


                                                                                                       เรียบเรียงโดย Joice Pitchaya

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น